Ep.1 เชฟคิม จากนักวิทยาศาสตร์สู่เชฟผู้สร้างสรรค์อาหาร กับวิธีจัดการเงินแบบไม่ธรรมดา

วันนี้ถ้าเราตั้งใจต่อจิ๊กซอร์ให้สวยตั้งแต่แรก พอเราต่อจนเสร็จ ภาพมันก็จะออกมาสวย แต่ถ้าเราต่อจิ๊กซอร์แบบไม่ตั้งใจ ภาพที่ออกมาก็คงจะไม่เรียบร้อย พี่ “คิม” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่มากด้วยความสามารถมากมาย ทั้งด้านธุรกิจ อาหาร ดนตรีและเสียงเพลง ด้วยแนวคิดในการใช้ชีวิตกับคำว่า “ทุกสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่รัก”

เริ่มต้น Ep.1 ของ Findmyfin Interview กับ”พี่คิม” นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ที่มากด้วยความสามารถมากมาย ทั้งด้านธุรกิจ อาหาร ดนตรีและเสียงเพลง (ซึ่งบทสัมภาษณ์เต็มจะออกมาเร็วๆนี้) วันนี้เอาน้ำจิ้มมาฝาก เป็นบางช่วงบางตอนของการสัมภาษณ์ ซึ่งก็พอจะทำให้เราเห็นถึงมุมมองบางมุมของ พี่คิมสุดหล่อคนนี้ได้

Yok Findmyfin : “มุมมองของพี่คิม คิดว่า คนที่ประสบความสำเร็จ = คนที่มีเงินเยอะ หารายได้ๆเยอะๆหรือเปล่า?”

พี่คิม : ประสบความสำเร็จ กับ มีเงินเยอะ มันคนละเรื่อง….

“เราว่าความสำเร็จมันเกิดขึ้นได้ในทุกเวลาของชีวิต ไม่ว่าเราจะเป็นสิ่งที่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จของคนอื่น หรือเราได้ไปช่วยใครสักคนก็ตามที่ทำให้เขาบรรลุเป้าหมายของงานตรงนั้น เมื่อมันเสร็จ ได้รับความนิยมที่ดี นั่นก็ถือเป็นความสำเร็จส่วนหนึ่งที่มาจากเราด้วย”

“จริงๆแล้วเราก็ไม่ได้ต้องการเงินอย่างเดียว “

“สมัยก่อนเราเรียนในสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ และเราก็รู้สึกว่า เออฉันก็ทำได้นะ ได้เกรด A มาเหมือนกัน แต่มันไม่เท่ากับ A ทุกวันนี้ที่ตัดสินใจไปเรียนสิ่งที่ชอบ ความรู้สึกต่อความสำเร็จที่ได้ A เหมือนกันเนี๊ย มันไม่เท่ากัน….”

Yok Findmyfin : “อยากฝากอะไรถึงคนที่ได้เข้ามาอ่าน..?”

“อยากฝากให้ทุกคนได้เก็บเกี่ยวความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม

 มันเป็นจิ๊กซอร์สำหรับชีวิต คือบางครั้งเรามักมองหาความสำเร็จที่ใหญ่ แต่ความสำเร็จที่ใหญ่ ส่วนตัวเชื่อว่ามันย่อมผ่านการสั่งสม จากความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ 

บางทีมันอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสำเร็จใหญ่ที่เราตั้งใจไว้ แต่ความสำเร็จเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะช่วยเพิ่มเติมความมั่นใจ กำลังใจ ถ้าเราจะไปรอความสำเร็จใหญ่โต เราจะท้อแท้ และมันจะนำพาไปสู่การเลิกล้มได้ง่าย แต่ถ้าเราคิดถึงความสำเร็จเล็กๆน้อยๆในชีวิตเรา มันก็จะเป็นกำลังใจที่จะช่วยผลักดันเรา ไปถึงความสำเร็จใหญ่นั้นได้”

“ความรู้สึกสำเร็จ …. มันจะสร้างเราให้เป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้!!”

“ทุกอย่างเริ่มต้นที่ใจเรา…ถ้าเรามั่นใจ”

“ไลฟ์สไตล์ในการบริหารจัดการเงิน ส่วนตัวมี 2 อย่าง คือการใช้จ่าย กับ การเก็บ”

การบริหารเงินในชีวิตจะมีอยู่แค่ มีเงินที่เข้า กับ เงินที่ออก

ส่วนตัวจะมองเรื่องของการ Spending (การใช้จ่าย) มากกว่า 

โดยจะแบ่ง เป็น 3 อย่าง คือ

1. สิ่งที่จำเป็นต้อง “จ่าย”

2. สิ่งที่จำเป็นต้อง “จ่าย” แต่เรารอได้

3. สิ่งที่เราไม่จำเป็นเลย —> อันนี้คือเมื่อเรามีเงินเหลือจริงๆ เราถึงจะทำได้

เพราะจริงๆ ในสมัยก่อน เรามักจะเอา อันที่ 3. ขึ้นมาเป็นอันแรก (haha) คือทุกคนก็จะเป็น

คือซื้อสิ่งที่เราอยากได้ มาตั้ง “สวย” สักพักเราก็ขายทิ้ง ในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่เราซื้อมา เพราะเราชอบมองหา สิ่งที่ใช่ สิ่งที่ ถูกใจก่อน และเลือกมองข้ามสิ่งที่ “จำเป็น” ก่อน 

ถ้าพูดถึงในเรื่อง “เงินออก” เราก็มอง 3 อย่าง ที่ว่า เราจะให้เงินออกไปกับอะไร 

 —-> อย่างสิ่งจำเป็น “เราก็มองว่าอะไรเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตเราบ้าง”

สิ่งที่เราต้อง “จ่าย” ไม่จ่ายไม่ได้

ต่อยอดงานในชีวิตเรา (หรือธุรกิจ)

เป็นเงินลงทุน (เพื่อให้เกิดงอกเงย) แต่เป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผล ไม่เสี่ยงมากจนเกินไป หรือเราไม่ต้องกังวลเรื่องการ สูญเสียมาก สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควรเริ่มต้นทำก่อน

คือ ลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงต่ำๆ ก่อน ก่อนที่เราจะลงทุนในสิ่งที่มีความเสี่ยงสูง 

เช่น การเป็นเจ้าของกิจการ (เนื่องจากว่าเป็นเจ้าของกิจการ จึงทำให้รู้เลยว่า การที่เรากระโดดเข้ามาลงทุน เปิดกิจการทั้งหมด เอง เป็นการลงทุนที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง)

เลยมองว่า การลงทุนก็น่าจะเริ่มจาก กับพันธบัตร หรือ ตราสารหนี้ ที่ความเสี่ยงต่ำหน่อย 

เพราะกิจการ เนี๊ย ถ้าเราทำมาปุ๊บ … มันมีโอกาสที่จะสูญเงิน ในจุดนี้ได้ง่าย ถ้าเรายังไม่พร้อมจริงๆ ในการเป็นเจ้าของกิจการ สมมติว่า วันหนึ่งที่ถ้าตลอดทั้งเดือน เราไม่มีลูกค้าเลย หรือ รายได้ที่ได้รับ น้อยกว่า รายจ่าย ที่เราต้องจ่าย เราจะเอาเงินจากที่ไหนมาจ่าย เงินเดือนพนักงาน 

เพราะฉะนั้น “เราไม่ควรมีรายได้จากการที่เราทำกิจการ มาเพียงทางเดียว” แต่เราควรกระจายรายได้ของเรา ให้ได้มาจากช่องทางอื่นๆด้วย เช่นการลงทุน (ทำเงินให้งอกเงย) เพื่อมาสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่มันจะเกิดขึ้นประจำ และทำให้เงิน โต ทัน ที่จะมาจ่าย เป็นค่าใช้จ่ายให้เราได้

ดังนั้น ถ้าเรามีฐาน (ของการเงินที่แข็งแรง) มาบ้าง มันก็จะทำให้เรา ทำธุรกิจอย่างมีความสุข ความสุขไม่ใช่ความสุขจากตัว ธุรกิจนะ แต่เป็นความสุขที่เราสามารถ “รักษา” ธุรกิจของเราไว้ได้

Yok Findmyfin : “แล้วสำหรับคนที่มีเงิน แล้วอยากไปลงทุน: ทำได้เลยไหม?”

พี่คิม : แนะนำว่า “ควรมองธุรกิจที่ เราต้องคิดว่า เงินก้อนนี้ ถ้าเราเสียไปแล้ว เรายังสามารถอยู่ได้กับก้อนนี้ แล้วเราพร้อมจะเสี่ยง แล้วสามารถเสี่ยงได้ ….” แต่ถ้ามันเป็นก้อนที่ ถ้าเราเสียไปแล้วมันมีผลอย่างมากกับชีวิต ควรแบ่งเงิน ในการลงทุน ไม่ใช่เอา เงินก้อนเดียว… แล้วตุ้ม!! เงินก้อนนี้ไปเปิดร้านทั้งหมด แล้วเราก็ไม่รู้ว่าร้านเราจะไปได้ หรือไม่ได้

ดังนั้น เราอาจจะเป็นครึ่งหนึ่งไว้…. และอีกครึ่งหนึ่งไปเปิดลงทุนทำธุรกิจ (เราต้องมองว่า เงินก้อนนี้เราพร้อมจะเสีย…ถ้าเสียไปแล้วมันจะไม่กระทบทั้งหมดของชีวิตเรา) เงินที่ความเสี่ยงต่ำ เราพร้อมที่จะให้มันเป็นฐานของชีวิตเรา

หยกฝากไว้เป็นอีกประเด็นเพิ่มเติมนะคะว่า นอกจากเราจะแบ่งเงินออกเป็นสัดส่วนของการลงทุนแล้ว เราควรแบ่งเงินไว้สำหรับสำรองฉุกเฉิน และการโอนย้ายความเสี่ยงในชีวิตของเราด้วย ไม่ว่าจะอุบัติเหตุ โรคร้ายแรง หรือภัยในวัยเกษียณ ที่มีเงินไม่พอใช้จ่าย

เพราะความเสี่ยงในชีวิต ไม่เลือกที่ ไม่เลือกเวลา และสามารถสูบเงินในกระเป๋าเราจนหมดได้ ทั้งทรัพย์สินและเงินทอง

ติดตาม Findmyfin ได้ทุกช่องทาง

Website : www.findmyfin.com

Facebook : Findmyfin